ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Translate

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Advice โปรแรงส่งท้ายปี ลดทั้งเว็บสูงสุด 20% 19-25 ธันวา 16

Peerless Martial God ตอนที่ 142


ตอนที่ 142 ความบ้าคลั่ง













ตัวหนังสือที่อยู่บนใบหน้าของเขาซึ่งทำให้มองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาได้ยาก

 
ลักษณะท่าทางของเขาดูโหดเหี้ยมป่าเถื่อนและน่ารังเกลียดมาก

 
นอกจากนี้ดวงตาสีดำทั้งสองดวงของเขาทำให้เขาดูโหดมากยิ่งขึ้น การแสดงออกของเขาทำให้
ทุกคนสั่นไหว
 

"น่าขนลุกจริงๆ" ฝูงชนกล่าว พวกเขากำลังตัวสั่น
 

การทาสที่เป็นผู้บ่มเพาะพลังได้ต่อสู้ทุกวัน พวกเขานั้นแข็งแกร่งมากและต่อสู้ราวกับนักรบที่รับ
มือได้ยาก ดังนั้นทุกครั้งที่มีทาสคนใหม่เข้ามาในลานประลองนักโทษ จะมีการต่อสู้กันระหว่างผู้
ที่ต้องการซื้อทาส
 

หลินเฟิง ขมวดคิ้ว ช่างเป็นวิธีการที่โหดร้าย!

 
เขาไม่รู้ว่าเหล่าทาสเหล่านี้มาจากที่แห่งหนใด แต่การทำเครื่องหมายบนใบหน้าของพวกเขาก็
เกินไป มันละเมิดสิทธิมนุษยชนของพวกเขาอย่างสมบูรณ์และทำให้พวกเขาไม่ต่างอะไรมากไป
กว่าสัตว์ พวกเขาไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง พวกเขาต้องอยู่เหมือนตกนรกทั้งเป็น
แบบนี้ตลอดไป
 

"ทาสนั้นอยู่ระดับชั้นจิตวิญญาณขั้นที่สาม มันชนะมาแล้วสิบหกครั้ง ถ้าใครชนะมันได้จะได้รับ
ศิลาบริสุทธิ์ถึงยี่สิบก้อนที่อยู่เหนือกว่าระดับชั้นจิตวิญญาณขั้นที่สาม และหนึ่งร้อยก้อนสำหรับ
ผู้ที่ต่ำระดับจิตวิญญาณขั้นที่สาม "ชายชรากล่าวขณะนำเขาเข้าไปในกรง  ฝูงชนที่รับชมอยู่
ถึงกับตะลึง  เขานั้นชนะกิ้งก่าอสูรอย่างน้อยก็สิบสองครั้งไปแล้วแต่ก็ชนะการต่อสู้ทั้งหมดนั้น
มาได้  เขาเป็นฝ่ายตรงข้ามที่น่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ
 

"ไป๋ซื่อ ชั้นจิตวิญญาณขั้นที่สาม เขาอยู่ในระดับเดียวกับเจ้าเลย" ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าว 
ไป๋ซื่อ ตกใจ เขาพยักหน้าทันทีและกล่าวว่า "ข้าจะไป"

 
ชายหนุ่มชุดเหลืองพยักหน้าขณะยิ้ม ไป๋ซื่อ ได้เดินไปที่ขอบของกรงใกล้ชายชราที่อยู่ข้างใน
ไป๋ซื่อ ได้พยักหน้าให้เขา

 
ชายชรามองไปที่ ไป๋ซื่อ และขมวดคิ้วแล้วเขาก็กล่าวว่า "ทาสคนนี้แข็งแกร่งมากเจ้าแน่ใจหรือ
ไม่ว่าอยากจะเข้าไปในกรงนั้น?"

 
"ข้าแน่ใจ" ไป๋ซื่อ กล่าวขณะพยักหน้าโดยไม่ลังเลใจ ชายชราจึงให้ ไป๋ซื่อ เข้าไปในกรง

 
"หืม!" เวิ่นห่าวซื่อ ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ได้แสดงความไม่พอใจออกมา
 

หลินเฟิง รู้สึกประหลาดใจ น่าแปลกที่พวกเขาได้เตือน ไป๋ซื่อ ว่าเป็นการต่อสูเที่อันตรายเมื่อ
เขาต้องการที่จะต่อสู้กับกิ้งก่าอสูรชายชราไม่ได้พูดอะไรเลยแม้ว่ากิ้งก่าอสูรนั้นจะแข็งแกร่ง
 

"หลินเฟิง ทาสนั้นคงโชคไม่ดี" เวิ่นห่าวซื่อ กล่าว หลินเฟิง มองเขาอย่างแปลก ๆ และถามว่า "
เป็นเรื่องแปลกเพราะข้ารู้ว่า ไป๋ซือ ก็พอมีความแข็งแกร่งอยู่บ้างและเขาไม่มีความแข็งแกร่ง
พิเศษอะไรนี้ ข้ารู้สึกได้ว่าเขาจะแพ้ให้กับการต่อสู้ครั้งนี้ก่อนที่มันจะเริ่มขึ้นเสียอีก "

 
"ไป๋ซื่อ ไม่มีทางแพ้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบลานประลองนักโทษนี้? "เวิ่นห่าวซื่อ ถาม
หลินเฟิง รู้สึกประหลาดใจและมองไปที่ เวิ่นห่าวซื่อ ด้วยดวงตากลมโต

 
"ลานประลองนี้อยู่ในการดูแลของตระกูลไป๋ ทุกๆอย่างที่นี่ถูกควบคุมโดยตระกูลของเขา "เวิ่นห่าวซื่อ
กล่าว หลินเฟิง ถึงกับตกใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายชราคนนั้นได้เตือน ไป๋ซื่อ เพราะตระกูลของเขา
ได้วิ่งเข้ามาที่นี้
 

"เกิดอะไรขึ้นถ้า ไป๋ซื่อ แพ้?"

 
"แค่เห็นก็รู้แล้วว่า ไม่มีทางแพ้ "เวิ่นห่าวซื่อ กล่าวซึ่งดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
 

ในขณะนั้น ไป๋ซื่อ ที่กำลังเผชิญหน้ากับทาสที่อยู่บนเวทีต่อสู้ในกรง ปราณที่แข็งแกร่งและเฉียบคม
ได้โผล่ขึ้นมาในชั้นบรรยากาศ
 

ไป๋ซื่อ สั่นเมื่อเขาเห็นดวงตาที่โหดเหี้ยมราวกับสัตว์ร้ายของทาส
 

"ตาย!" ทาสได้ตะโกนใส่ จากนั้นก็กระโจนตัวไปที่ ไป๋ซื่อ ทุกคนที่เข้ามาในกรงต้องการจะฆ่าเขาถ้า
เขาไม่ได้ฆ่าคนที่เข้ามาในกรง พวกนั้นก็จะพยายามฆ่าเขา

 
โซ่ที่เขาสวมใส่ก็ส่งเสียงดังกึกก้อง  ทาสที่กำลังกระโดดไปที่ ไป๋ซื่อ ดูคล้ายกับหอกที่อันตราย
 

"จิตวิญญาณวายุ ... " หลินเฟิง พูดพรึมพรำเมื่อเห็นจิตวิญญาณวายุได้โผล่ขึ้นมาข้างหลัง
ของ ไป๋ซื่อ
 

ไป๋ซื่อ เป็นคนที่หยิ่งยโสและคิดว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง ... แต่ หลินเฟิง ใช้แค่นิ้วเดียวก็เอาชนะเขา
ได้ เขาไม่ได้มีเวลาที่จะปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเอง เขารู้สึกอับอายขายหน้าอย่างมาก


แต่ ไป๋ซื่อ อายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น ในที่อื่น ๆ เขาจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นอัจฉริยะแม้แต่ในนิกาย
หยุนไห่ก็คงจะไม่มีข้อยกเว้น อย่างไรก็ตามในเมืองจักรพรรดิมีผู่บ่มเพาะพลังรุ่นเยาที่แข็งแกร่งกว่าเขา
หลายคนมาก อัจฉริยะ เป็นเพียงคำอธิบายห้วนๆเท่านั้น
 

ทาสไม่ได้มอง ไป๋ซื่อ โซ่ของเขายังคงดังกึกก้องขณะที่อยู่ในอากาศ
 

"ป่าเถื่อนอะไรเยี่ยงนี้!"ไป๋ซื่อ เริ่มสั่นและถอยห่างออกไปสองสามก้าว ในขณะนั้นมีเถาวัลย์ได้ห่อหุ้ม
รอบร่างของ ใป๋ซื่อ ทาสยังคงลอยไปทาง ไป๋ซื่อ เหมือนหอกวิ่งที่แหวกอากาศมา
 

ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เปล่าประโยชน์ เขาจงใจที่จะฆ่า  ไป๋ซื่อ อยู่ในตำแหน่งที่อันตราย
 

ดวงตาของ ไป๋ซื่อ สั่นไหว  เขาพยายามที่จะขยับมือของเขาและทันใดนั้นพลังปราณที่แข็งแกร่งได้ 
ไหลออกมาจากร่างกายของเขาซึ่งดูเหมือนพายุ และมุ่งหน้าไปยังโซ่ทาสของทาสด้วยความเร็ว
เต็มพิกัด
 

ทันใดนั้น ไป๋ซื่อ แทบจะหายใจไม่ออกเพราะทาสได้สรางภาพลวงตาของเถาวัลย์ขึ้นมาลัดรอบตัวเขา
 ทาสด้วยความช่วยเหลือของจิตวิญญาณเถาวัลของเขาได้ควบคุมการเคลื่อนไหวในอากาศของตน
และช่างดูสมบูรณ์แบบเมื่ออยู่ในอากาศ เขากำลังเดินตรงไปยัง ไป๋ซื่อ
 

"ความแข็งแกร่งอะไรกัน!" ฝูงชนมองด้วยความประหลาดใจ  ทาสคนนี้แข็งแกร่งอย่างมาก ทุกๆการ
เคลื่อนไหวที่เขาทำได้สมบูรณ์แบบ เขามีความรวดเร็วว่องไวและมีประสบการณ์ในการต่อสู้
 

หลินเฟิง ขมวดคิ้ว เขาจำได้ว่าเขาเคยเห็นจิตวิญญาณประเภทนี้มาแล้ว เพื่อนของ หานหมาน
ปู้จุน  ก็มีจิตวิญญาณเถาวัลย์เช่นกัน
 

"ปู้จุน และ ทาสจุน!" หลินเฟิง ที่ดูตกใจ เขาจ้องมองไปที่ทาสถ้าเป็นเช่นเดียวกันกับที่เขาเข้าใจละ
ก็ช่างเป็นบางอย่างที่น่ากลัว มันเป็นเรื่องบังเอิญงั้นรึ? ที่พวกเขามีชื่อเดียวกันและใช้จิตวิญญาณ
แบบเดียวกัน?!

 

"ตู้มม!" ขณะที่ ไป๋ซื่อทำได้ดีที่สุดเพียงหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีเท่านั้น แต่สุดท้ายทาสก็มาถึงตัวเขา
และส่งเขาลอยกระเด็นไปข้างหลัง แต่เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ

 
ทาสนั้นมึนงง เขาได้รับการโจมตีที่รุนแรงจนกระเด็นออกไป แต่ก็ยังไม่สามารถฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้ 
เขาจะยังไม่ตายจากการโจมตีครั้งนี้ได้อย่างไร?

 
"หยุดเดี๋ยวนี้!" ในขณะนั้นเสียงดังออกมาในชั้นบรรยากาศ ทาสรู้สึกประหลาดใจจนหยุดเคลื่อนไหว
และจ้องที่ชายชรา

 
"การต่อสู้ครั้งนี้ได้สิ้นสุดแล้ว" ชายชราคนนั้นพูดโดยไม่แยแส ฝูงชนตกใจ จบการต่อสู้เพียงเท่านี้งั้นรึ?

 
ความตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะจบการต่อสู้ได้ นั่นคือกฎ! มันจะจบลงแค่นี้ได้ยังไงในการต่อสู้?

 
"ดูเหมือนว่าชายชราและผู้ท้าสู้คนนี้มีอะไรเกี่ยวก้องกัน!" ฝูงชนคิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาจำ
ได้ว่าชายชราคนได้เตือน ไป๋ซื่อ นั่นคือความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว

 
"พวกข้ายังสู้กันไม่จบแล้วแล้วจะจบเพียงเท่านี้ได้อย่างไร?" ทาสถามด้วยเสียงแหบแห้งเขาจ้องที่ชายชรา

 
การแสดงออกของชายชราก็กลายเป็นชั่วร้ายแทน ทาสปฏิเสธที่จะเชื่อฟังคำพูดของเขางั้นรึ?

 
"ถ้าเจ้าต้องการจะตายข้าจะช่วยให้เจ้าบรรลุเป้าหมายของเจ้าเอง" ชายชราพูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
บนใบหน้าของเขา "ปล่อยสัตว์อสูรได้"

 
เมื่อชายชราพูดจบ ในอีกฟากหนึ่งของลานประลองมีชายวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้น ฝูงชนรู้สึก
ประหลาดใจกับข้อเท็จจริงที่ว่าเขากำลังขี่สัตว์ที่เหมือนสัตว์ประหลาด มันมีสี่ขาและโซ่รอบ
คอของมัน
 

"จุน นี่เป็นสัตว์อสูรที่โหดเหี้ยมและในขณะที่เจ้าอยู่ในที่ที่เจ้าควรจะเชื่อฟังให้มากกว่านี้ วันนี้เจ้า
ต้องต่อสู้กับมันถ้าเจ้าชนะเจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าเจ้าแพ้เจ้าก็จะตาย "ชายชรากล่าวอย่างชั่วร้าย 
จุน มองเขา  น่าแปลกใจที่ชายชราต้องการให้เขาต่อสู้กับมัน ชายชรานี่ช่างโหดร้ายราวกับสัตว์!

 
เมื่อสัตว์อสูรได้ยินคำพูดเหล่านี้มันก็ยกหัวขึ้นและมองไปที่ชายชรา
 

เมื่อมองไปที่สถานการณ์นั้น หลินเฟิง ที่นั่งอยู่บนที่นั่งคนดู เริ่มปลดปล่อยพลังปราณที่แข็งแกร่ง
และปราณน้ำแข็งออกมา....







Cr.tuiimyk  แปลเล่นๆครับ ไม่อยากรอนานๆ ถ้าตกหล่นแปลผิดยังไงก็ขอโทษด้วยนะครับ มือใหม่ครับ
อ่าน Eng ได้ที่ http://totallyinsanetranlation.com/peerless-martial-god-index/
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รบกวนกดโฆษณาเพื่อเป็นกำลังให้แก่ผู้แปลด้วยนะครับ

ความคิดเห็น

Facebook