ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Translate

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Advice โปรแรงส่งท้ายปี ลดทั้งเว็บสูงสุด 20% 19-25 ธันวา 16

Peerless Martial God ตอนที่ 65


ตอนที่ 65 ปู้จุน







ทันใดนั้นฝูงสัตว์อสูรได้หายตัวไปอย่างรวดเร็วกว่าเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ที่ขอบหุบเขา
วายุทมิฬ มีสัตว์อสูรระดับปราณเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นสัตว์อสูรได้ล้มตายเป็นจำนวนมาก

แน่นอนได้มีเพียงซากของสัตว์อสูรเท่านั้น มีศพของมนุษย์ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศิษย์บางคนได้ตาย
ขณะที่ต่อสู้กับฝูงสัตว์อสูร เลือดได้ไหลอย่างไม่สิ้นสุดบนพื้นดินทำให้กลายเป็นทะเลเลือด ไหล
ลงมาจากภูเขา มันแสดงให้เห็นถึงผลกระทบอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นจากฝูงสัตว์อสูร

ฝูงสัตว์อสูรนั้นส่วนใหญ่จะอ่อนแอ แต่ด้วยจำนวนที่มากมายมหาศาลนั้นได้ก่อให้เกิดความแข็ง
แกร่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดั่งกิ่งไม้ท่อนเดียวนั้นสามารถหักได้ง่ายแต่ถ้ารวมกันเป็นจำนวนมาก
นั้นไม่สามารถหักมันได้ง่าย ถ้าเกิดฝูงสัตว์อสูรนี้เต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งแล้วไปบุกนิกาย
ละจะเกิดอะไรขึ้น?

ที่ตีนเขามีเหล่าสาวกของนิกายอยู่หยุนไห่อยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นศิษย์สามัญที่ต่อสู้
กับสัตว์อสูรระดับปราณ พวกเขาใช้การต่อสู้นี้เพื่อพัฒนาทักษะของพวกเขาพร้อมทั้งเก็บ
รวบรวมของมีค่าจากเหล่าสัตว์อสูรในเวลาเดียวกัน

"ฮ่าฮ่า มีสัตว์อสูรระดับจิตวิญญาณพยายามขัดขวางอย่าให้พวกมันหนีไปข้าจะฆ่ามัน"

ในขณะนั้นเสียงที่ดังชัดเจนได้แผ่กระจายออกไปตามด้วยเสียงหัวเราะที่ดังลั่น

บางคนเห็นว่ามีสองศิษย์สามัญของนิกายหยุนไห่กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับจิตวิญญาณ
อันจริงพวกเขามีแรดคลั่งยู่ข้างหน้าพวกเขา

ระหว่างพวกเขากับแรดคลั่งมีซากสัตว์อสูรนอนตายอยู่จำนวนมาก สาวกสองคนนี้ดูเหมือน
จะไม่สนใจพวกมัน พวกเขามุ่งความสนใจไปที่ศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าและเต็มไปด้วยความโลภ
ที่อยากได้ของมีค่าที่จะได้รับจากร่างกายพวกมัน

"แรดคลั่งมีความแข็งแรงอย่างมากและจุดที่แข็งแกร่งที่สุดคือการป้องกันของมัน เจ้าคิดว่า
เจ้าสามารถฆ่ามันได้รึ? "ชายหนุ่มผอมคนหนึ่งกล่าว ชื่อของเขาคือ ปู้จุน เขาจ้องมองแรด
คลั่งที่กำลังกระหายเลือดอย่างจริงจัง

"ไม่ต้องห่วง ปู้จุน เจ้าไม่เชื่อในความสามารถของข้างั้นรึ?"

ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ ปู้จัน แค่ยิ้มให้กับศิษย์เหล่านั้น ศิษย์เหล่านั้นดูเหมือนจะมั่นใจใน
ความสามารถของเขาตัวเองจริงๆ

"คนเดียวที่ข้าไว้ใจคือตัวข้าเอง" ปู้จุนกล่าว แต่ในขณะเดียวกันเขาก็คว้าแซ่าหวายสอง
เส้นที่เขานำมาและฟาดมันไปที่แรดคลั่งเพื่อยึดมันไว้กับที่

แรดคลั่งกำลังโกรธและพยายามที่จะไหวไปรอบ ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเคลื่อน
ไหวได้อย่างอิสระมันเริ่มคลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ปู้จุน นำแซ่กลับมาและสัตว์
อสูรได้เป็นอิสระแต่เขายังคงสงบนิ่ง เขาจับแซ่หวายอย่างมั่นคงและใช้มันจับแรดคลั่งอีก
ครั้ง เขากำลังจัดการพยายามล็อคแรดคลั่งให้อยู่กับที่

"โจมตีมันเลยตอนนี้ !!" ปู้จุน ตะโกน พวกเขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องตะโกนหรอกเนื่อง
จากเพื่อนของเจ้าอยู่ที่นี้แล้วกำลังโจมตีแรดคลั่งภายในชั่วพริบตา

แรดคลั่งกระทืบเท้าลงพื้นอย่างหนักหน่วงทำให้ฝุ่นตลบอบอวน มันกำลังคุ้มคลั่ง

เพื่อนของ ปู้จุน ได้ระดมการโจมตีไปที่แรดคลั่งอย่างรุนแรงด้วยฝ่ามือทั้งสอง แรดคลั่ง
คำรามเสียงดัง การโจมตีเพียงหนึ่งครั้งนั้นก็พอที่จะทำให้สัตว์อสูรตายได้ทันที


"ปู้จุน, เป็นไงมั่ง? มันเป็นความผิดพลาดรึป่าวที่ร่วมมือกับข้าผู้นี้? "ชายหนุ่มที่แข็งแกร่ง
กล่าวขณะยิ้ม ในตอนนั้น ปู้จุน ได้ก้าวไปข้างหน้าและเริ่มเอาไอเท็มมีค่าทั้งหมดออก
จากซากศพนั่น

"เมื่อคุณผ่านเข้าสู่ระดับจิตวิญญาณแล้ว มันเป็นความจริงเรื่องของความแตกต่างระหว่าง
ระดับชั้นพลัง จิตวิญญาณของเจ้ามีพลังมากพอที่จะรับมือกับศัตรูบางตัวได้ " หลินเฟิง
คิดถึงตอนที่ ปู้จุน ใช้แซ่หวายนั้น เห็นได้ชัดว่านั่นคือจิตวิญญาณของเขา มันคล้ายกับ
จิตวิญญาณของ ม่อเสีย ความแข็งแกร่งของ ม่อเสีย และความแข็งแกร่งของ ปู้จุน นั้น
อยู่คนละระดับกัน

"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าความแข็งแกร่งของผู้ชายคนนี้จะยอดเยี่ยมยิ่งนัก"

หลินเฟิง ยิ้ม จากนั้นเขาก็เคลื่อนตัวไปหาคนชายหนุ่มสองคนนั่นที่กำลังหยิบของมีค่าอยู่

“นั่นใครหนะ?”

ในเวลานั้น ปู้จุน รีบหันไปรอบ ๆ พลังปราณที่มีประสิทธิภาพได้ระเบิดมาจากร่างกายของเขา
และแซ่หวายได้พุ่งตรงไปยัง หลินเฟิง

"ฮะ?"

หลินเฟิง รู้สึกประหลาดใจเขาไม่คิดว่าขอบเขตการป้องกันและการโจมตีของ ปู้จุน นั้นกว้าง
มากและเขาก็จะโจมตีอย่างรวดเร็วเมื่อรับรู้ว่ามีใครบางคนกำลังเข้ามาใกล้พวกเขา

 หลินเฟิง ก้าวหลบไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็วและปราณดาบที่ทรงพลังได้พวยพุ่งออกมาจาก
ร่างกาย พุ่งลงไปกระแทก ปู้จุน ทำให้เขาเกือบจะหายใจไม่ออกจากความกดดันที่รุนแรง

"ปู้จุน, หยุดก่อน เขาเป็นเพื่อนของข้าเอง."

ศิษย์หนุ่มที่แข็งแรงกล่าวอย่างรวดเร็วในขณะที่เขาหันกลับไปและเห็นฉากนั้นที่อยู่ตรงหน้าเขา

ในขณะนั้น ปู้จุน เรียกแซ่หวายกลับมาและปราณที่บ้าคลั่งได้หายไปเช่นกัน เขายังคงตื่นตัว
และเฝ้าดู หลินเฟิง อย่างใกล้ชิด

"ชายคนนั้นแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ!"

 "ฮ่าฮ่าฮ่า  ในที่สุดเจ้าก็แสดงตัวออกมา ข้ามาหาเจ้าตั้งหลายครั้งแต่ข้าไม่สามารถหาเจ้า
พบเลย ข้านึกว่าเจ้าออกจากนิกายหยุนไห่ไปตลอดกาลแล้วซะอีก... "

ปรากฎว่าศิษย์หนุ่มที่แข็งแกร่งนั้นคือเพื่อนของ หลินเฟิง : หานหมาน

หลินเฟิง ยิ้มก่อนที่จะพูดเสริมว่า "หานหมานตอนนี้เจ้าสามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับจิตวิญญาณ
ได้แล้ว ... เจ้าบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วยิ่งนัก!"

เมื่อหลินเฟิง ออกจากเมืองหยางโจวตอนนั้น หานหมานอยู่ที่ปราณขั้นที่แปดเท่านั้น ในช่วง
เวลาสั้น ๆหานหมานได้ตัดผ่านไปยังระดับจิตวิญญาณ ได้อย่างหน้าเหลือเชื่อ หลินเฟิง
ประหลาดใจ แน่นอนว่าเขายินดีกับหานหมานมากๆ เขาไม่ได้มีเพื่อนมากมาย แต่เขาก็นับ
หานหมาน ว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขา

"ฮ่าฮ่า ข้าได้ตัดผ่านไประดับจิตวิญญาณแล้ว แต่เวลาข้าโชคดีเสียจริง" หานหมานพูดขณะ
ที่เกาหัวและพูดเสริมว่า "โอ้ แล้วเจ้าละหลินเฟิง เป็นไงบ้าง? เจ้าเคยแข็งแกร่งกว่าข้าเสียอีก
ตอนนี้เจ้านั้นมีความแข็งแกร่งระดับไหนแล้ว? "

"ข้าก็อยู่แค่ระดับเดียวกับศิษย์สามัญทั่วไปนั่นแหละ หลินเฟิง กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ล้อเลียน
บนหน้าของเขา หลินเฟิง กำลังมองไปที่เพื่อนของ หานหมาน, ปู้จุน ชายผู้นั้นมีหน้าเย็นชา
เขาดูเหมือนว่าเขาพร้อมที่จะโจมตี หลินเฟิง ถ้าเขาทำผิดสังเกตุ หากเป็นกรณีนี้อาจสร้าง
ความลำบากใจให้ หานหมาน และอาจทำอะไรไม่ถูก

"โอ้ทางนั้น ข้าลืมแนะนำพวกเจ้าสองคน หลินเฟิง นี่คือ ปู้จุน เขาแข็งแกร่งมาก แต่เขาเป็นคน
สุขุมและไม่ถือตัวซึ่งแตกต่างจากศิษย์สามัญทั่วไป ที่คิดว่าตัวเองดีที่สุดเพราะพวก
เขามีอันดับที่ดี ปู้จุน เขาแข็งแกร่งกว่าพวกนั่นมาก

หานหมาน พูดขณะที่เขากำลังยิ้มขณะที่แนะนำพวกเขาให้รู้จักกัน

"ปู้จุน นี่คือ หลินเฟิง เขาเป็นเหมือนพี่ชายของข้า ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นเพื่อนที่ดีกับเขาได้"

"ข้าจะเป็นคนแรกที่เก็บของหลังจากที่จัดการมันได้"

ปู้จุน กล่าว ในขณะที่มองอย่างเย็นชาและไม่สนใจ จากนั้นเขาก็หันกลับไปและเก็บต่อ เขาหยิบ
มีดออกมาและกรีดสัตว์อสูรเป็นช่องเพื่อเก็บเกี่ยววัสดุที่สามารถนำไปขายในนิกาย

"หลินเฟิง  ไม่ต้องห่วงหรอก ปู้จุน แค่มีบุคลิกแบบนั้นถึงเขาจะเป็นคนเย็นชา แต่เขาก็เป็นคนดี "

หลินเฟิง ทำเป็นไม่สนใจและยิ้มอย่างต่อ  ปู้จุน และ หลินเฟิง ไม่ได้เป็นเพื่อนกันดังนั้นจึงไม่สำคัญ
ว่า ปู้จุน จะแสดงออกยังไงกับเขา ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นศัตรูกันเพียงเพาะพฤติกรรมของคนไม่รู้จัก

"หานหมาน ทุกคนเริ่มกลับแล้ว เจ้าออกมาต่อสู้ที่นี่ทำไม?"

หลายคนที่กลับไปเพราะต้องไปทดสอบเป็นศิษย์ภายใน ขณะที่เราอยู่ที่นี่เพาะเราคิดว่าเราควรจะ
ได้ของมีค่ามากขึ้นเพื่อไปขายในนิกาย พวกเรามีระดับจิตวิญญาณขั้นที่สองเพียงเท่านั้น ไม่น่า
มีปัญหาเพราะรอบๆบริเวณนี้ทั้งหมด ยังศิษย์ระดับปราณอยู่

"เจ้ายังไม่พร้อมสำหรับการทดสอบศิษย์ภายในอีกรึ?

หลินเฟิง มึนงงและช่วยไม่ได้ที่เขาจะถามเพื่อนของเขา

"แน่นอนว่าข้าจะเข้าร่วม ข้ายังไม่พร้อม ข้ายังมีเวลาพอสมควรในการเก็บรวบรวมของมีค่า ฮ่าฮ่า"
หานหมาน เป็นคนเดิมเหมือนก่อนหน้านี้ยิ้มและคิดบวกเสมอ บางครั้ง หลินเฟิง รู้สึกประทับใจกับ
การพูดคุยกับคนที่เรียบง่าย แต่อย่างน้อยคนประเภทนี้ก็ซื่อสัตย์และจริงใจ พวกเขาไม่ใช่คน
ประเภทที่มีเจตนาร้ายอยู่ในใจ

"ปู้จุน ตกลง ไม่มีไอเท็มมีค่าในพื้นที่เลยรึและข้าสงสัยว่าพวกเราพลาดอะไรบางอย่างไป"

หานหมานพูดขณะกำลังมองไปที่ ปู้จุน

"เอาล่ะเราออกจากที่นี้กันเถอะ"

 ปู้จุน กล่าวขณะพยักหน้า เขาหยิบกระเป๋าที่เต็มไปด้วยของมีค่าและยืนขึ้น

"หลินเฟิง เจ้าควรออกไปด้วย เรากลับไปด้วยกัน "หานมาน กล่าวกับ หลินเฟิง แล้วถามว่า"
หลินเฟิง มานี่หน่อย บอกข้าสิว่า ตอนนี้ความแข็งแกร่งเจ้าไปถึงระดับไหนแล้ว? "

หลินเฟิง คิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็ส่ายหัว เขาไม่สามารถระบุความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่าง
ชัดเจน บางทีเขาอาจต้องต่อสู้กับใครบางคนในระดับจิตวิญญาณขั้นสาม เพื่อตัดสินระดับ
ความแรงของเขาได้อย่างถูกต้อง

.................

 "เจ้าดูสนุกกับการทำตัวลึกลับเสียจริง... และเก็บความลับไว้มากมายจากข้า เจ้าสามารถรับ
มือกับแรดคลั่งได้หรือไม่? "หานหมาน ที่อยากรู้อยากเห็นก็ไม่สามารถทนได้ เขาต้องการรู้

"รับมือกับแรดคลั่งคนเดียวรึ?" ปู้จุน คิด เมื่อได้ยิน หานหมาน ถามคำถามนี้ ความแข็งแกร่ง
ของ หลินเฟิง เป็นระดับจิตวิญญาณอย่างแน่นอน เมื่อไม่นานมานี้ พลังปราณจากดาบของ
หลินเฟิง ทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออกและสร้างแรงกดดันทับบนร่างกายของเขา ปู้จุน น่า
จะแพ้ หลินเฟิง ในทันทีหากพวกเขาต่อสู้และ ปู้จุน มั่นใจว่าเขาไม่ได้ใช้พลังเต็มที่กับตน
ปู้จุน ไม่สามารถวัดความแข็งแกร่งของชายผู้นี้ได้

แม้ว่าแรดคลั่งมีความสามารถในการป้องกันที่สูงมาก ก็ไม่มีปัญหาที่จะฆ่าด้วยหนึ่งดาบ
ของ หลินเฟิง

"ข้าสามารถจัดการกับมันได้" หลินเฟิง กล่าวขณะถูจมูกของเขา ตกลงว่าจัดการกับแรดคลั่งได้?
 เขาขอเพียงแค่โจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก่อนหน้านี้การโจมตีครั้งเดียวสร้างแรงระเบิดอย่างรุน
แรง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาต้องใช้พลังเต็มที่แต่อย่างใด

 "ฮ่าฮ่า เห็นได้ชัดว่าเจ้าได้ตัดผ่านระดับจิตวิญญาณขั้นที่สองแล้ว คราวนี้เราสามคนอาจจะผ่าน
การทดสอบเป็นศิษย์ภายในและกลายเป็นศิษย์ภายในได้ หลังจากนั้นเราสามารถทำงานหนักและ
กลายเป็นเสาหลักของนิกายหยุนไห่ได้ "หานหมาน กล่าวด้วยรอยยิ้มอันใหญ่บนใบหน้าของเขา
สามสาวกของชั้นจิตวิญญาณ พวกเขาอาจจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้หากพวกเขาร่วมมือกัน

"ทำงานหนักเพื่อนิกาย? ใครจะเป็นแบบนั้นกัน? "ปู่จุนถามอย่างไม่เกรงใจ เขาคิดว่า หานหมาน
ช่างไร้เดียงสาจริงๆ

"เราควรจะปล่อยให้ หลินเฟิง ตัดสินใจ เขาเป็นอัจฉริยะโดยแท้จริงและเขามีศักยภาพมากกว่าข้า
แม้ว่าเขาอาจจะอ่อนแอกว่าข้าตอนนี้ก็ตามทีเขาจะข้ามพลังของข้าได้หลังจากนี้ เขาอยู่ที่นั่นเพื่อ
ปกป้องผู้ที่อ่อนแอ ... เขาช่วยชีวิตข้า ไม่ว่าเขาจะพูดสิ่งใด ข้าจะรับฟังเขาเสมอ "น้ำเสียงของ
หานหมาน ดูเรียบง่าย

"เกี่ยวไรกับข้าละ?" ปู้จุน ถาม

"เจ้าและข้ามีความแข็งแกร่งมาก แต่เนื่องจากข้ารับฟังที่หลินเฟิงพูด เจ้าก็ควรจะฟัง หลินเฟิง
ด้วยเช่นกัน" หานหมาน ซึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายและไร้เหตุผลอย่างสมบูรณ์ หลินเฟิง พูด
ไม่ออกและกำลังมองไปที่เขาด้วยความมึนงง ผู้ชายคนนี้ช่างไร้เดียงสาและความคิดของเขาดู
เรียบง่ายเหลือเกิน ปู้จุน ไม่เคยเชื่อมั่นในคำพูดแบบไร้เดียงสาเช่นนี้ ใครจะสนกัน?




Cr.tuiimyk  แปลเล่นๆครับ ไม่อยากรอนานๆ ถ้าตกหล่นแปลผิดยังไงก็ขอโทษด้วยนะครับ มือใหม่ครับ
อ่าน Eng ได้ที่ http://totallyinsanetranlation.com/peerless-martial-god-index/
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รบกวนกดโฆษณาเพื่อนเป็นกำลังให้แก่ผู้แปลด้วยนะครับ
คลิก >>  http://cpmlink.net/KuQOAA

ความคิดเห็น

Facebook